Translate

วันพุธที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2556

การออกกำลังกายในเด็ก

อ้างอิงจาก : trueปลูกปัญญา

ปัญหาเด็กอ้วนเป็นปัญหาของทุกประเทศรวมถึงประเทศไทยซึ่งปัญหานี้เกิดจากขาดการออกกำลังกายและการรับประทานอาหาร   บทความนี้จึงนำเสนอตัวอย่างการเล่นและการออกกำลังกายของเด็กเพื่อให้พ่อแม่ชักชวนลูกน้อยมาเล่นกัน!!!


 

  1. นั่งบนพื้นแยกเท้าทั้งสองข้าง ให้เด็กวิ่งรอบตัวท่านและกระโดดข้ามเท้า   ท่านอาจยกตัวท่านเพื่อให้เด็กลอดใต้

    2. ให้เด็กใช้มือทั้งสองข้างถือไม้แล้วยกเท้าข้าไม้ แล้วยกออกท่าสลับกัน

     3. ให้เด็กกระโดดข้ามไม้ โดยอาจเพิ่มความสูงขึ้น-ลงสลับไปมา
4. กระโดดข้ามห้วย โดยนำผ้าเช็ดตัวมาวางไว้บนพื้นเหมือนลำธาร แล้วให้เด็กกระโดดข้าม อาจเปลี่ยนความกว้างของผ้าเช็ดตัวได้ ที่สำคัญระวังเด็กลื่นล้มด้วย
5. ให้เด็กยืดกล้ามเนื้อ โดยการเอาเท้าไปแตะที่คาง หู หรือเอามือไปจับนิ้วหัวแม่เท้า ไหล่ เป็นต้น 
6. ให้เด็กยืนห่างจากกำแพงเอามือยันดันกำแพง และผ่อนลง เอาจมูกแตะกำแพงทำสลับกัน ให้เด็กลำตัวตรงและส้นเท้าอยู่ติดพื้น
7. ให้เด็กกระโดด โดยจับมือเด็กแล้วให้เด็กกระโดด เด็กเหนื่อยก็ให้หยุด หายเหนื่อยก็กระโดดใหม่ อาจกระโดดสลับกันช้าเร็ว
8. เด็กทูนหัว โดยวางหนังสือบนศรีษะเด็ก แล้วให้เด็กเดินโดยหนังสือบนศรีษะไม่ตก ตอนเริ่มใหม่อาจให้เด็กใช้มือช่วยจับ เปลี่ยนของไปวางไว้ที่ไหล่ หลังมือ ข้อศอก
9. โยกเยก โดยนั่งบนพื้นแยกเท้าออกจากกัน แล้วให้เด็กนั่งแล้วจับมือกัน ให้เด็กนอนแล้วท่านก็ดึงเด็กให้นั่ง แล้วปล่อยให้นอนพร้อมกับร้องโยกเยกเอย โยกเยกเอย
10. ไถนา ให้เด็กนอนคว่ำ แล้วท่านจับข้อเท้าเด็กยกขึ้น ให้เด็กเอามือยันพื้นจนแขนตึง แล้วให้เด็กเดินโดยใช้แขน


11. การทรงตัว โดยให้เด็กยืนเท้าเดียว แล้วนับ 1-4 แล้วค่อยๆเพิ่มขึ้น อาจจะให้ยืนทรงตัวท่าอื่นก็ได้ เช่น ยืนแล้วยกขาไปข้างหน้าหรือข้างหลัง
12. ให้เดินเขย่ง โดยอาจแกว่งแขนหรือเอาของวางไว้บนศรีษะ
13. ทรงตัวบนเท้าข้างเดียว โดยวางของไว้บนจาน 4-5 ชิ้นและวางถังไว้ใกล้กัน ให้เด็กยืนด้วยเท้าข้างเดียวแล้วก้มลงหยิบของในจานไปไว้ในถัง เมื่อเด็กเก่งขึ้นค่อยแยกจานและถังออกห่างกัน
14. มือจรดพื้น ให้เด็กก้มลงเอามือจรดพื้น แล้วค่อยๆก้าวเท้ามาหามือให้ใกล้ที่สุด
15. ตั้งไข่ล้ม โดยนั่งขัดสมาธิ ฝ่าเท้าจรดกัน โดยใช้มือจับให้เด็กโยกไปทางซ้าย-ขวา สลับกัน
16.  กายกรรม ให้เด็กนอนบนโซฟา ยกขาขึ้นและลง โดยต้องให้คางอยู่ชิดอกมากที่สุด ให้ไหล่เป็นตัวรับน้ำหนัก

17. ก้าวขึ้นบันได เมื่อใช้เท้าขวาบอก "ขวา" "ซ้าย" ผู้ใหญ่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด
18. เกี่ยวลูกบอล จับมือเด็ก แล้วให้เด็กเอาเท้าเกี่ยวลูกบอลไว้
19. เล่นกับบอล ให้เด็กนั่งแล้วเอาบอลไว้บนศรีษะ ให้เด็กก้มลงแล้วให้บอลอยู่ใกล้ตัวมากที่สุด
20. โยนบอล ให้ยืนห่างกันแล้วส่งบอลให้กัน อาจโยนให้กันหรือให้บอลกระเด้งพื้น

21. โยนลูกบอลหรืออาจจะปาเครื่องบินกระดาษ









วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2556

7 จุดอันตรายในบ้าน

อ้างอิงจาก : Guru.ThaiBizCenter.com



1. พื้นห้อง รีบเช็ดที่เปียกให้แห้ง ห้ามเด็กเล่นบริเวณพื้นลื่นๆ และทำความสะอาดพื้นให้เกลี้ยง อย่าให้มีเศษของเล็กๆตกหล่นอยู่
    หากใช้พรมปูพื้น หมั่นดูดฝุ่นออกจากพรม
    ขณะปัดกวาดพื้นควรให้เด็กอยู่ห้องอื่น
2. ตู้ - โต๊ะ ปิดล็อกตู้ ลิ้นชักทุกครั้ง กันเด็กดึงและเพราะอาจหล่นลงมาทับเด็กได้
    ตู้หรือลิ้นชักที่เก็บของอันตราย เช่น ยา ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ของมีคม ต้องเก็บให้มิดชิด ล็อกทุกครั้ง หรือนำไปเก็บในที่ที่แน่ใจว่าพ้นมือเด็ก
3. ประตู - หน้าต่าง ปิดเมื่อไม่ใช้งาน ป้องกันการถูกประตูหน้าต่างหนีบมือ
    เมื่อเปิดปิดควรระวังกระแทกโดนเด็กที่อยู่ใกล้ๆ ไม่ปล่อยให้เด็กมาเล่นแถวประตูหน้าต่าง
    ลูกบิดควรอยู่สูงพ้นมือเด็ก เพื่อป้องกันการเปิดหรือปิดล็อกขังตัวเอง
    สำหรับประตูห้องที่ไม่ต้องการให้ล็อก ควรใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กๆพาดที่ขอบประตูเพื่อกันการล็อกและควรมีกุญแจสำรองไว้
4. บันได ติดประตูตรงบริเวณทางลงบันได และลงกลอนทุกครั้ง
    อย่าปล่อยให้ลูกเล็กขึ้นลงบันไดลำพัง
    ติดยางขอบบันไดเพื่อกันลื่นและปิดเหลี่ยมคมๆของบันได
5. ปลั๊กไฟ ถ้าอยู่ต่ำใกล้มือเด็ก ควรใส่ที่ครอบปลั๊กไฟไว้
    บริเวณใดในบ้านไม่ใช้ไฟฟ้าควรสับสะพานไฟลง
6. ของใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าให้ความร้อน เช่น เตารีด เครื่องปิ้งขนมปัง เก็บให้พ้นมือเด็ก และบอกเด็กว่าของร้อนมาก ห้ามจับหรือเล่นเด็ดขาด
    ย้ำเตือนถึงอันตรายของเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น พัดลม เครื่องดูดฝุ่น เตาร้อนๆ ให้ลูกจดจำและระวังตัวเสมอ
    หลังใช้งานควรเก็บให้เรียบร้อย อย่าปล่อยสายไฟยาวเกะกะ
    ควรปิดฝาถังเครื่องซักผ้าทุกครั้ง ทั้งในระหว่างและหลังใช้งาน
7. อ่างน้ำ - สระว่ายน้ำ ไม่ทิ้งให้เด็กเล่นน้ำ อาบน้ำตามลำพัง ไม่ว่าจะเป็นอ่างน้ำ สระว่ายน้ำ ถังน้ำ เพราะน้ำตื้นๆก็ทำให้เด็กจมน้ำได้
    ถ้าที่บ้านมีสระว่ายน้ำ บ่อเลี้ยงปลา ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรทำรั้วหรือประตูกั้นให้มิดชิด

เพื่อความปลอดภัย
    ไม่ควรทิ้งลูกไว้คนเดียว,ไม่มองข้ามความสามารถของเด็ก เช่น คิดว่าเด็กปีนสูงๆไม่ได้,ไม่ละเลยจุดอันตรายของบ้าน,ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันต่างๆ เช่น ยางปิดปลั๊กไฟ ที่ล็อกตู้ - ลิ้นชัก ราวกั้นหน้าต่างและบันได
http://www.kid-dtoys.com

อุบัติเหตุยอดฮิตของเจ้าหนูวัยเตาะแตะ

อ้างอิงจาก : Guru.ThaiBizCenter.com

1. ฟดูด เด็กยังไม่รู้เรื่องอันตรายอาจแหย่ปลั๊กเล่น
2. จมน้ำ ส่วนใหญ่มักจมน้ำจากแหล่งใกล้ตัว เช่น ถังน้ำ อ่างน้ำ บ่อน้ำ สระน้ำ คู คลอง  แม้ระดับน้ำตื้นก็เกิดอันตรายได้
3. สิ่งแปลกปลอมติดในหลอดลม เด็กเห็นอะไรก็มักจับหยิบจับเอาเข้าปาก ผู้ปกครองควรระมัดระวังเรื่องนี้ให้มาก
4. อันตรายจากของมีคม ไม่ว่าจะเป็นกรรไกร มีด เข็มกลัด ส้อม ไม้แหลม แม้กระทั่งของเล่นที่มีส่วนคมหรือปลายแหลม
5. ลื่น ล้ม ตก กระแทก อาจเกิดการหกล้ม ตกจากที่สูง วิ่งชนสิ่งต่างๆ

 อุบัติเหตุป้องกันได้ถ้า
  จัดบ้านให้เป็นระเบียบ ไม่วางสิ่งของเกะกะ พื้นบ้านในห้องต่างๆต้องไม่ลื่น
  หาผ้านุ่มหรือฟองน้ำมาหุ้มขอบเหลี่ยมของเฟอร์นิเจอร์ที่มีมุมหรือสัน เช่น ตู้ โต๊ะ เก้าอี้ ชั้นวางของ เพื่อป้องกันการกระแทกของลูกน้อย
  ทำที่กั้นเตียงนอน ประตู บันไดขึ้นลง ระเบียง เพื่อป้องกันการพลัดตก รวมทั้งหลีกเลี่ยงการวางเก้าอี้ โต๊ะ เฟอร์นิเจอร์ที่เอื้อต่อการปีนป่ายของเด็กไว้ใกล้หน้าต่างหรือราวระเบียง

 http://www.kid-dtoys.com

วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2556

7 วิธีดูแลความปลอดภัยของลูกๆ

อ้างอิงจาก : Guru.ThaiBixCenter.com




1. บุผนังนิ่มๆ เพื่อให้ลูกได้เล่นอย่างเต็มที่ การปล่อยให้ลูกคลานไปรอบห้องช่วยฝึกความกระตือรือร้น การสังเกต แต่พ่อแม่ควรดูแลความปลอดภัยไม่ให้ลูกถูกรอยผุของกำแพลงบาดหรือกระแทกกับผนัง ด้วยการบุผนังห้องด้วยผนังนิ่มๆ
2. เลือกของเล่นให้เหมาะกับวัย เพื่อความปลอดภัย และได้รับความรู้ตามวัย
3. พยายามอย่าเปิดล็อคให้ลูกเห็น หรืออย่าใช้อุปกรณ์อันตรายให้ลูกเห็น และเก็บให้พ้นจากเด็ก
4. อย่าหลอกว่า "ยาเป็นขนม" ลูกอาจแอบมาทานเอง และควรเก็บยาในตู้ที่ล็อคไว้
5. วางของของสัตว์เลี้ยงไว้ให้ห่างจากเด็ก ลูกยังไม่สามารถแยกได้ว่าอันไหนของสัตว์เลี้ยง ลูกอาจหยิบมากินหรือเล่น และควรแยกของสัตว์ไว้นอกระยะหยิบจับของเด็ก
6. หมั่นพาเขาไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อให้ไม่ให้เกิดโรคที่ไม่สามารถรักษาได้ภายหลัง และเมื่อเด็กมีอาการผิดปกติให้รีบพาไปพบแพทย์
7. ตรวจตามพื้นห้องบ่อยๆ อาจมีเศษของเล็กๆตก ต้องหมั่นสังเกตุและทำความสะอาดบ่อยๆ

                                                                                     www.kid-dtoys.com

7 วิธีสร้างรอยยิ้มให้ลูก

อ้างอิงจาก : Guru.ThaiBixCenter.com


1. พาลูกออกไปเล่นนอกบ้าน เล่นกลางสนาม,สระว่ายน้ำ โดยมีพ่อแม่คอยดูแล วิธีนี้ทำให้ลูกออกกำลังกายและรู้จักเข้าสังคม
2. ตั้งฉายาน่ารัก เรียกลูกด้วยชื่อตัวการ์ตูนที่ลูกชอบหรือสิ่งที่ลูกชอบ,นั่งดูการ์ตูนเป็นเพื่อนลูก
3. แสดงความรักกับเขาบ่อยๆ ด้วยการกอด,หอม,ชม ทำให้เด็กรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยด้วย
4. หาขนมติดไว้ เลือกขนมที่อร่อยและดีต่อสุขภาพและเตือนให้ลูกแปรงฟันหลังทานขนม
5. อย่าทำให้เขารู้สึกน้อยใจเด็ดขาด อาจเกิดการฝังใจถ้าลูกว่าไม่ได้รับความรักมากพอ ไม่ควรเปรียบเทียบลูกกับคนอื่น
6. เล่นของเล่นเป็นเพื่อนลูก ช่วยให้ลูกไม่เหงาและเป็นการดูแลความปลอดภัยไปภายในตัว
7. หากิจกรรมทำเป็นครอบครัว ทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่นและยังเป็นการใช้เวลาดีๆร่วมกัน

                                                                             www.kid-dtoys.com