Translate

วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2557

ของเล่น บ่อบอลหมี บ่อทรายกบ บ่อทรายปู

ของเล่น บ่อบอลหมี บ่อทรายกบ บ่อทรายปู

ครั้งที่แล้วทาง dreamplay ได้แนะนำ ของเล่นเด็ก สำหรับลูกตัวน้อยไปบางส่วนแล้วซึ่งเห็นได้ว่าทางสินค้าของเราได้นำเสนอเกี่ยวกับพวกเบาะนุ่มสำหรับรองคลานหรือรั้วกั้นที่มีสีสันสดใสเหมาะสมกับเด็กเล็กที่เริ่มหัดคลาน ยืนหรือ ปีนป่าย เพื่อให้เด็กมีขาและแขนที่แข็งแรง นอกจากของเล่นเด็กที่ทางเราแนะนำก็ยังมีสินค้าที่คล้ายคลึงกันที่จะแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่ไว้อย่างเช่น

บ่อบอลหมี สไลด์
บ่อบอลหมีน้อย พร้อมสไลด์เดอร์
บ่อบอลหมีน้อย
บ่อบอลหมีน้อยแสนซน


  • บ่อบอลหมี แสนซน เป็นพลาสติก หน้าตาคล้ายหมี สีสันสวยงาม ปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ สามารถใช้เป็นรั้วกันได้อีก เสริมของเล่นตัวอื่นเข้าไปแทนลูกบอลก็ได้ แล้วแต่ลูกรักของคุณชอบ สำหรับของเล่นเด็กชิ้นนี้ไม่เพียงแต่เด็กเล็ก เด็กวัยที่โตกว่า 6 เดือนถึง ขวบ ก็สามารถเล่นได้ พับเก็บง่าย ประหยัดเนื้อที่ในบ้าน และที่สำคัญสินค้าแข็งแรง ทนทาน ใช้ได้นาน และสีที่ใช้ก็ปลอดภัย นอกจากบ่อบอลที่เป็นพลาสติกแล้วยังมีบ่อบอลนุ่มนิ่มให้เลือกอีกมากมาย


บ่อทราย
บ่อทรายกบ
บ่อทราย
บ่อทรายปู


  • บ่อทรายกบ บ่อทรายปู มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมหรือทรงกลม หรืออาจจะเป็นไปตามรูปร่างของการบรรจุทราย มีสีสันหลากสี ไม่ว่าจะเป็น สีแดง หรือสีเขียว แม้แต่สีอื่นๆ เด็กสามารถสร้างจินตนาการในการเล่นหลายด้าน ซึ่งทำให้เด็กได้มีความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาสมองไปในตัว และเด็กอาจนำของเล่นชิ้นอื่น มาประกอบในการเล่นสร้างจินตนาการ คุณพ่อคุณแม่ก็มีส่วนในการเสริมพัฒนาการสมองให้ลูกได้เช่นกันจากเล่นบ่อทราย เพราะของเล่นที่เหมาะกับบ่อทรายก็คล้ายกับการก่อสร้าง พ่อแม่สามารถหาของเล่น ที่ใช้ในงานก่อสร้าง มาให้ลูกรักได้ลองคิดเช่น พลั่วพลาสติกสำหรับเด็กเราก็อาจแนะนำให้ลูกรู้จักว่าสิ่งนี้เอาไว้ทำอะไรในการก่อสร้างได้อีกด้วย ลูกๆของคุณก็จะเกิดความคิด หรือจินตนาการไปพร้อมๆกับสิ่งที่คุณแนะนำ ไม่ต้องกลัวว่าการเล่นทราย หรือดิน น้ำจะทำให้ลูกคุณสกปรกเพราะการเล่นของเด็กก็มีมอมแมมกันบ้าง เพื่อให้เด็กเกิดจินตานากรนั้นเอง


สนใจกระบะทราย คลิกเลย

=======================================================

วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ของเล่นเด็กที่น่าสนใจ ช่วงอายุ 6 เดือน-2 ขวบ

Dreamplay ขอแนะนำของเล่นเด็กที่น่าสนใจ ช่วงอายุ 6 เดือน-2 ขวบ

      คุณพ่อคุณแม่คงเคยสังเกตเห็น ลูกรักของคุณ เริ่มมีพัฒนาการจากการคว่ำนอน และพยายามกระเถิบ ถอย ไปข้างหน้า เพื่อให้ตัวเองเคลื่อนไหวไปอย่างที่ใจคิด  ซึ่งพื้นฐานนี้เป็นการบอกให้เรารู้ว่าอีกไม่นานลูกน้อยของคุณจะเริ่มคลาน และอาจล้มกลิ้ง หรือม้วนตัว เพราะยังไม่สามารถทรงตัวได้ดี แขนขายังไม่แข็งแรงมากนัก อาจได้รับอุบัติเหตุเป็นบาดแผลจากแรงกระแทก เด็กอาจเกิดความกลัว ไม่มั่นใจได้ แต่สิ่งนี้เราสามารถป้องกันให้ลูกน้อยของคุณปลอดภัย และสนุกไปกับการเล่นของเขา
นุ่มนิ่ม
ผจญภัยนุ่มนิ่ม
         ผจญภัยนุ่มนิ่ม ลักษณะเป็นคลื่นคล้ายกับทะเล มีอุโมงค์ลอดเหมือนโดนัทครึ่งชิ้น เพื่อฝึกให้พวกเขาใช้ขาและแขนในการเคลื่อนไหว เสริมสร้างกล้ามเนื้อมัด ให้แข็งแรง ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถหาของเล่นที่เขาชอบ วางไว้ปลายทาง จะทำให้เด็กเกิดความพยายาม ของเล่นเป็นพื้นนุ่มนิ่มกันกระแทก สีสันสวยงาม และสีที่ใช้กับของเล่นชิ้นนี้ไม่เป็นพิษต่อเด็กแน่นอน
รั้วพลาสติก
รั้วหลากสี
           รั้วหลากสี  เหมาะกับเด็กที่เริ่มยืน หรือคลาน พวกเขาจำเป็นต้องมีที่เกาะจับเพื่อช่วยการพยุงตัวเหมาะกับสำคุณแม่ที่ต้องทำงานบ้านในเวลาที่ลูกน้อยคุณไม่นอน สามารถให้พวกเขาอยู่ในบริเวณที่คุณคิดว่าปลอดภัย ไม่สามารถไปเล่นซนหรือหยิบจับสิ่งของอันตรายได้ เราสามารถเอาพวกของเล่นอื่นๆชิ้นโปรดของลูกใส่ไว้ในรั้วหลากสีได้ พ่อแม่สามารถเข้าไปเล่านิทาน หรือนั่งเล่นกับลูกได้ สีสีนก็สวยงาม ไม่เป็นอันตรายกับเด็ก

หากท่านสนใจลองดูรายละเอียดได้ทางนี้ค่ะ ผจญภัยนุ่มนิ่ม รั้วหลากสี

===========================================

วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2556

การเลือกเครื่องเล่นตามอายุ

ของเล่นตามวัย


คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงจะเคยสรรหาของเล่นเด็กที่แปลกใหม่ให้กับลูกตัวเองอยู่เสมอ จนบ่อยครั้งที่มักจะเอาเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการเล่นของลูกรัก ทำให้เด็กส่วนใหญ่มักจะเงียบ เห็นแก่ตัว  มีการก้าวร้าวกับพ่อแม่ และคนรอบข้าง จนกลายเป็นที่ไม่รักของใครที่พบเห็น แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกรักได้ เมื่อคุณพ่อคุณแม่หันมาใส่ใจกับการเลือกของเล่นเด็กที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการลูก ในแต่ละช่วงวัย  เพื่อช่วยให้ลูกรักได้รับการสนับสนุนพัฒนาการอย่างเต็มที่ตามช่วงวัย  ดังนี้
ช่วงอายุแรกเกิด-6 เดือน        เด็กเริ่มมีพัฒนาการทางระบบประสาทสัมผัส การมอง การได้ยิน ของเล่นวัยนี้ควรเป็นประเภทแขวนมีเสียงกรุ๊งกริ๊ง มีสีสันสวยงามสดใส เพื่อสะดุดตาเด็ก
ช่วงอายุ 6 เดือน-2 ขวบ เด็กเริ่มเดินด้วยตนเอง คลาน นั่ง แต่ไม่มั่นคงนัก ชอบเกาะ ปีนป่าย จะช่วยในเรื่องแขนขา เพื่อพัฒนาการมากขึ้น ของเล่นวัยนี้ ควรเป็น พวกรถเคลื่อนที่ นุ่มนิ่ม โยกเยกรูปสัตว์ต่างๆ
ช่วงอายุ 2ขวบ-4 ขวบ เป็นวัยอยากรู้อยากเห็น และทรงตัวได้ดี เพราะกล้ามเนื้อแขนขาแข็งแรงขึ้น ชอบกระโดดโลดเต้น ของเล่นวัยนี้ควรเป็น กระดานลื่นตัวใหญ่ เครื่องเล่นสำหรับการปีนป่าย พื้นที่สำหรับเตะลูกบอล  บ้านน้อยรูปแบบและต่างๆ
ช่วงวัย 4ขวบ-6 ขวบ การเคลื่อนไหวคล่องแคล่วขึ้น ชอบการเล่นกลางแจ้ง  การเล่นกับเครื่องเล่นสนามขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ปีนป่าย พื้นที่ให้เด็กได้ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งสนามเด็กเล่น ที่มีเพื่อนเยอะๆ เด็กกลุ่มนี้เน้นการเล่นเป็นกลุ่ม

**เมื่อคุณพ่อคุณแม่ได้ทราบหลักการในการเลือกซื้อของเล่นแล้ว  ก็เริ่มเลือกซื้อสินค้าได้เลยค่ะ**



สนใจสินค้าในภาพ คลิกเลย

====================================================

วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ข้อดีของการเล่น

ข้อดีของการเล่น



บ่อบอล
บ่อบอลหมีน้อยแสนซน


        การเล่นกับเด็ก เป็นสิ่งที่คู่กันมาตั้งแต่อดีตกาล  ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ เกิดขึ้นด้วยความสมัครใจ อีกทั้งเป็นกิจกรรมที่ให้ความสนุกสนานแก่เด็ก และยังทำให้เด็กได้เรียนรู้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว ช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์และความรู้ให้แก่เด็ก โดยประสบการณ์ที่เด็กได้รับจากการเล่นจะช่วยให้เด็กมีความรับผิดชอบต่อตนเอง และผู้อื่น และช่วยให้เด็กสามารถเข้ากับสังคมและผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ดังนั้นการเล่นของเด็กจึงเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาความสามารถด้านต่างๆของเด็ก สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้เมื่อเด็กเติบโตขึ้น

        การเล่นมีประโยชน์มากมายทั้งด้านร่างกาย เพราะการเล่นเป็นการออกกำลังกายแบบหนึ่ง ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงและพัฒนากล้ามเนื้อ จากการเคลื่อนไหวของร่างกาย   ด้านจิตใจและอารมณ์ ให้เด็กได้ซึมซาบถึงสุนทรียภาพของสิ่งแวดล้อมรอบตัว ทำให้เด็กเกิดจินตนาการ รู้จักคิดและแก้ปัญหา เกิดความคิดสร้างสรรค์ เด็กจะเกิดความสนุกสนาน  ในด้านสังคม การเล่นกับผู้อื่น ช่วยให้เด็กอดทน การรอคอยเมื่อต้องเล่นในโรงเรียนหรือที่สาธารณะ รู้จักแบ่งปัน รู้จักแพ้ ชนะ ทำให้เด็กรู้จักปรับตัวอยู่ในสังคมได้  มากไปกว่านั้นเด็กยังได้พัฒนาการทางด้านภาษา เมื่อเด็กได้เล่นกับผู้อื่น ไม่ว่าจะที่โรงเรียนหรือสถานที่ต่างๆ การพูด การใช้ภาษา จะทำให้เด็กคล่องแคล่วภาษามากขึ้น พูดชัดขึ้นจากคนรอบข้างที่เขาสื่อสาร


ดูรายละเอียดได้ทางนี้ค่ะ กดเลย



วันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ตั้งครรภ์แล้วต้องทำอย่างไรเมื่อต้องทำงาน

www.playground-th.com

ตั้งครรภ์แล้วต้องทำอย่างไรเมื่อต้องทำงาน

     แม้คุณแม่จะตั้งครรภ์แต่ก็ยังสามารถทำงานได้ เพียงแต่ต้องเพิ่มความระวังให้มากขึ้นทั้งขณะเดินทางและกับงานที่ทำ การทำงานนั้นอาจทำให้คุณแม่ต้องพบกับความเครียด คุณแม่จึงต้องหาวิธีผ่อนคลาย เพราะความเครียดอาจส่งผลกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์ได้ โดยคุณแม่สามารถทำได้ดังนี้
  • หากคุณแม่ทำงานที่ต้องยืนมากในแต่ละวัน ก็ต้องหาเวลานั่งพักบ้าง ขณะพักก็ยกขาขึ้นพาดเก้าอี้บ้าง หรือหากทำงานที่ต้องนั่งนานๆ ก็ให้ลุกยืนหรือเดินบ้างทุกๆ 2 ชั่วโมง จะช่วยให้เลือดได้หมุนเวียนและลดอาการบวมของเท้าของคุณแม่ได้
  • ในช่วงพักกลางวัน อาจหาเวลางีบหลับ หรือหลับตาลงเพื่อพักกาย คลายใจบ้าง
  • ให้ความสำคัญกับอาหารหารกินในแต่ละมื้อ และควรมีอาหารว่างระหว่างมือด้วย เพราะช่วงตั้งครรภ์คุณแม่จะหิวบ่อย อย่าคร่ำเคร่งกับงานจนลืมมื้ออาหาร
  • การแต่งกาย ควรเลือกแบบที่สวมใส่สบาย หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าส้นสูง
  • ควรแจ้งนายจ้าง เพื่อปรับเปลี่ยนการทำงานไม่ให้กระทบกับสุขภาพของคุณแม่และเด็ก เช่น งานกะกลางคืน งานที่ต้องเดินทางบ่อยๆ เป็นต้น
คุณแม่ทุกคนคงรู้แล้วว่าตนเองสามารถใช้สิทธิลาคลอดได้ ตามกฎหมายคุณแม่สามารถหยุดงานได้ไม่เกิน 90 วัน ซึ่งเวลาที่เหมาะสมในการลาคลอดก็คือช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนวันคลอดนั่นเอง 


อ้างอิงจาก http://www.enfababy.com

วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2556

การเลือกของเล่นที่ดีเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้

อ้างอิงจาก http://www.moe.go.th/


การเลือกของเล่นที่ดีเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ตามศักยภาพของเด็ก

นับเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่ควรคำนึงถึง เนื่องจากวัยเด็กเป็นวัยที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตโดย
มีของเล่นเป็นสื่อกลางช่วยเปิดโลกภายในของเด็กออกสู่ภายนอกทำให้เด็กได้ค้นพบความสามารถหรือความถนัดของตนเอง และเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กใฝ่เรียนใฝ่รู้ มีความกระตือรือร้น ทว่าการเล่นของเล่นจะปราศจากความหมายถ้าเด็กไม่ได้รับความสนใจเอาใจใส่จากพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูใกล้ชิดในการดูแล เรื่องความปลอดภัย ตลอดจนการชี้แนะหรือเล่นร่วมกับเด็กเมื่อเด็กต้องการ


หลักการเลือกของเล่นสำหรับเด็กปฐมวัยอย่างง่ายๆ 3 ข้อคือ


1. ความปลอดภัยในการเล่น ของเล่นอาจทำด้วยไม้ ผ้า พลาสติก หรือโลหะที่ไม่มีอันตรายเกี่ยวกับผิวสัมผัสที่แหลมคมหรือมีชิ้นส่วนที่หลุดหรือแตกหักง่าย ตลอดจนทำด้วยวัสดุที่ไม่มีพิษมีภัยต่อเด็ก
2. ประโยชน์ในการเล่น ของเล่นที่ดีควรช่วยเร้าความสนใจของเด็กให้อยากรู้อยากเห็น มีสีสันสวยงามสะดุดตาเด็ก มีการออกแบบที่ส่งเสริมให้เด็กใช้ความคิดและจินตนาการ ช่วยในการพัฒนากล้ามเนื้อการเคลื่อนไหว
3. ประสิทธิภาพในการใช้เล่น ควรมีความยากง่ายเหมาะกับระดับอายุและความสามารถตามพัฒนาการของเด็กของเล่นที่ยากเกินไปจะบั่นทอนความสนใจในการเล่นของเด็กและทำให้เด็กรู้สึกท้อถอยได้ง่าย ส่วนของเล่นที่ง่ายเกินไป ก็ทำให้เด็กเบื่อ ไม่อยากเล่นได้

ของเล่นพลาสติก

วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2556

เลี้ยงลูกให้ถูกเพศ

อ้างอิงจาก : พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์ (ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต)





เลี้ยงลูกให้ถูกเพศ


การพัฒนาความรู้สึกเป็นหญิงหรือชายของเด็กเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีความละเอียดอ่อน โดยมีองค์ประกอบหลักๆ คือ 


1. องค์ประกอบทางชีวภาพ หมายถึง สิ่งที่ติดตัวเด็กมาทางกายตามธรรมชาติ เช่น ลักษณะการทำงานของอวัยวะต่างๆ ระบบฮอร์โมน ฯลฯ นอกจากนี้ ยังพบอีกว่าโครงสร้างเล็กๆ บางอย่างในสมองก็ยังมีส่วนในการกำหนดการรับรู้ถึงความเป็นหญิงเป็นชายด้วย


2. องค์ประกอบทางจิตใจ สังคม และสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้จากภาวะแวดล้อมหลังคลอดและการเติบโต องค์ประกอบเหล่านี้มีความสำคัญและมีอิทธิพลอย่างมากต่อเด็ก


> การอบรมเลี้ยงดู โดยทั่วไป พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูจะปฏิบัติต่อเด็กหญิงและเด็กชายต่างกันตั้งแต่แรกเกิด เช่น คำพูด การสัมผัสจับต้องตัวเด็ก การเลือกเสื้อผ้า ของเล่นหรือของใช้ เป็นต้น นอกจากนั้น การสั่งสอนอบรมด้วยคำพูดและการชมเชยก็มีส่วนส่งเสริมพฤติกรรมและความชัดเจนในเพศของตนให้แก่เด็ก เช่น เป็นเด็กผู้หญิงต้องเรียบร้อย เป็นผู้ชายต้องเข้มแข็ง

> ต้นแบบที่สำคัญที่สุดคือพ่อแม่ของเด็กนั่นเอง ทั้งธรรมชาติและการเลี้ยงดูที่เหมาะสมมักหล่อหลอมให้เด็กหญิงยึดถือแม่เป็นแบบอย่าง ขณะที่เด็กชายจะเลียนแบบบทบาทจากพ่อ หลายการศึกษาพบว่าลูกที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อและแม่จะมีแนวโน้มการเกิดปัญหาพัฒนาการทางเพศเหล่านี้ต่ำกว่าเด็กๆ ที่เติบโตจากครอบครัวที่มีปัญหาความขัดแย้ง การถูกทอดทิ้งหรือปัญหาความรุนแรง
> สภาพแวดล้อมที่เด็กเติบโต เช่น เด็กหญิงบางคนที่เติบโตท่ามกลางเด็กชายทั้งหมด อาจได้รับอิทธิพลต่างๆ จากสิ่งแวดล้อมหล่อหลอมให้ต้องการแสดงออกแบบเพศชาย ขณะที่เด็กชายบางคนมีพี่น้องหรือญาติผู้ใกล้ชิดห้อมล้อมเป็นผู้หญิงหมดอาจทำให้ท่าทีพฤติกรรมคล้ายผู้หญิงมากขึ้น เช่นกัน อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมเป็นเพียงปัจจัยเล็กๆ เท่านั้น

หนูเป็นหญิง..หรือเป็นชาย... 

จากปัจจัยต่างๆข้างต้น จะนำไปสู่นามธรรมความรู้สึกของเด็กๆ ว่าตนมีความเป็นหญิงหรือชาย ความรู้สึกเช่นนี้จะแสดงออกเป็นลักษณะการแต่งกาย การพูด หรือพฤติกรรมต่างๆ โดยไม่ได้ถูกกำหนดด้วยอวัยวะเพศภายนอกที่มองเห็นได้ตั้งแต่แรกเกิดเพียงเท่านั้น แต่ยังมีที่มาซึ่งเป็นแก่นแท้ภายในจิตใจของคนๆ นั้นเป็นแรงผลักดันเกี่ยวข้องสำคัญอีก 3 ส่วน คือ
1. ความสำนึกว่าตนเองเป็นหญิงหรือชาย เป็นความรู้สึกนึกคิดในใจของคนๆ นั้นหรือการมองตนเองว่าเป็นเพศใด ความรู้สึกนี้จะค่อยเกิดขึ้น หรือเริ่มพัฒนามาตั้งแต่วัยทารก จนเป็นความรู้สึกที่ชัดเจนแน่นอนเมื่ออายุ 2-3 ปี 
โดยจะสังเกตได้ว่าเด็กวัยนี้มักจะบอกเพศที่แท้จริงของตนว่าเป็นเด็กหญิงหรือเด็กชาย
2. พฤติกรรมประจำเพศ การเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมเป็นตัวกำหนดบทบาทหรือพฤติกรรมประจำเพศ โดยวัฒนธรรมส่วนใหญ่จะแบ่งบทบาทหญิงชายออกจากกัน เช่น เด็กหญิงถูกกำหนดว่าต้องพูดจามีหางเสียง 
ลงท้ายด้วย “คะ ขา” มีน้ำเสียงอ่อนโยน นุ่งกระโปรงได้และเหมาะกับสีชมพูมากกว่า ขณะที่เด็กชายควรพูดลงท้ายด้วยคำว่า “ครับ” มีน้ำเสียงและบุคลิกเข้มแข็งกว่าเด็กหญิง โดยเด็กหญิงและชายจะเรียนรู้และแบ่งแยกพฤติกรรมทางเพศรวมทั้งมีการแสดงออกเหล่านี้ที่ลงตัวชัดเจนเมื่ออายุประมาณ 5 ขวบ
3. ความพึงพอใจทางเพศและการเลือกเพศของคู่ครอง โดยทั่วไป เมื่อเติบโตจนเป็นวัยรุ่นหรือใกล้ถึงวัยเจริญพันธุ์ ความสนใจทางเพศจะเริ่มเกิดขึ้น มนุษย์มักจะมีความสนใจเพศตรงข้ามเพื่อก้าวสู่การเป็นคู่ครองหรือมีความสัมพันธ์ทางเพศด้วย (heterosexuality) แต่ก็มีคนจำนวนหนึ่งที่แตกต่างไปเพราะสนใจเพศเดียวกันหรือต้องการมีความสัมพันธ์ทางเพศกับเพศเดียวกัน ที่มักจะคุ้นเคยกันว่าเป็นภาวะรักร่วมเพศ (homosexuality) นอกจากนั้นยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่พึงพอใจต่อการมีความสัมพันธ์ทางเพศได้ทั้งเพศตรงข้ามและเพศเดียวกัน (bisexuality) ความต้องการเหล่านี้จะแสดงออกโดยไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับสำนึกความเป็นหญิงชายหรือพฤติกรรมประจำเพศของคนๆนั้นก็ได้ นอกจากนี้ วัยรุ่นหลายคน ก็ยังเลือกที่จะปิดบังเรื่องความพึงพอใจทางเพศที่แตกต่างจากที่พ่อแม่คาดหวังไว้เป็นเรื่องส่วนตัว

เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้ผิดเพศ


เมื่อทราบถึงที่มาของพัฒนาการทางเพศและความรู้สึกที่แตกต่างของหญิง ชาย แล้ว คุณพ่อคุณแม่จะเริ่มมองเห็นโอกาสชัดเจนขึ้นในการเตรียมการและเลี้ยงดูลูกรักให้เติบโตอย่างมีความสุข มีบทบาทและพฤติกรรมทางเพศที่เหมาะสม โดยมีแนวทางดังนี้
> มีการฝากครรภ์ที่ถูกต้องเพื่อการป้องกันไม่ให้มีปัญหาทางกาย ที่รบกวนการพัฒนาลูกน้อยในครรภ์ และแม่ได้รับความรู้ในการดูแลตนเอง ลดความเสี่ยงจากการรับสารเคมีหรือฮอร์โมนเพศจากภายนอกที่เพิ่มความเสี่ยง
> หากลูกเกิดมามีอวัยวะเพศก้ำกึ่งเป็น 2 นัย ควรรีบปรึกษาแพทย์ ให้แน่ชัดว่าเด็กควรถูกเลี้ยงให้เป็นเด็กหญิงหรือชาย จึงจะเหมาะสมที่สุดกับธรรมชาติที่ได้มา การตัดสินใจนี้ควรเป็นไปโดยเร็วที่สุดภายในขวบปีแรก เพื่อการเลี้ยงดูที่ชัดเจน ไม่สับสนซึ่งจะส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทางเพศและจิตใจที่สมบูรณ์
> พ่อแม่ควรเลี้ยงเด็กตามเพศจริงที่เกิดมา คือ เด็กหญิงควรเลี้ยงแบบเด็กหญิง เด็กชายควรเลี้ยงแบบเด็กชาย ไม่เลี้ยงลูกตามความปรารถนาเพียงเพื่อชดเชยความหวังของพ่อแม่ เช่น พ่อแม่ที่มีลูกชายจำนวนมากแล้วต้องการมีลูกสาวมาก จึงจับลูกชายคนสุดท้องแต่งตัวเป็นหญิง เลี้ยงแบบเด็กหญิงจนเด็กเกิดบทบาททางเพศที่เป็นปัญหาเมื่อเติบโตขึ้น
> พ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก ให้ลูกรู้สึกภาคภูมิใจในพ่อแม่และสามารถยึดถือเป็นแบบอย่างบทบาททางเพศได้
> พ่อ แม่ ลูก ควรมีความสัมพันธ์ที่ดีและอบอุ่น เด็กมีโอกาสใกล้ชิด ใช้ชีวิตร่วมกัน เรียนรู้การปฏิบัติที่เหมาะสมต่อกันในครอบครัว อีกทั้งลูกยังได้ตระหนักถึงการมีพ่อแม่เป็นผู้ให้คำแนะนำปรึกษาที่ดีที่สุดในทุกเรื่อง นอกจากนี้ หากลูกมีปัญหาใดๆ รบกวนต่อการมีบทบาททางเพศที่เหมาะสมหรืออื่นๆ คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่น จิตแพทย์เด็ก นักจิตวิทยาหรือกุมารแพทย์ เพื่อส่งเสริมให้ลูกมีทุกย่างก้าวการเติบโตที่สมบูรณ์ที่สุดต่อไป


ข้อดีของการเล่น