Translate

วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

30 วิธีแสนง่ายในการเลี้ยงลูกให้ฉลาด


อ้างอิงจาก : นิตยสาร at office issue : women.kapook.com

1. ตามองตา   เมื่อลูกลืมตาตื่นให้พ่อแม่สบสายตากับลูกสักครู่   ให้ลูกได้จดจำใบหน้าพ่อแม่ไว้
2. พูดต่อสิลูก   ให้เว้นช่วงคำท้ายพยางค์หรือคำพูดสุดท้ายของประโยคให้ลูกพูด
3. ฉลาดเพราะนมแม่   ให้ลูกดื่มนมแม่ให้นานที่สุด   เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันและสร้างสายสัมพันธ์ให้กับลูกน้อย
4. ทำตลกใส่ลูก   ลูกสามารถเลียนแบบท่าทางอย่างง่ายๆได้
5. กระจกเงาวิเศษ   เด็กเกือบทุกคนชอบส่องกระจก   สนุกกับการโบกมือ   ยิ้มแย้มกับเงาตัวเองในกระจก
6. จัํกจี้ จัํกจี้   การหัวเราะเป็นจุดเริ่มต้นของพัฒนาการด้านอารมณ์ขัน   การเล่นปูไต่ทำให้เรียนรู้การคาดเดาเหตุการณ์ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น   เช่น   ปูไต่ไปไหน  เกิดอะไรต่อ
7. สองภาพที่แตกต่าง   ถือรูปภาพ 2 รูปที่คล้ายกัน   ห่างจากลูก 8 - 12 นิ้ว   ภายมีความคล้ายกันเช่น   บ้านที่เหมือนกันสองรูป   แต่อีกรูปมีต้นไม้ใหญ่อยู่ด้วย   ลูกจะสังเกตุเห็นความแตกต่าง   เป็นการฝึกความจำแก่ลูก
8. ชมวิวด้วยกัน   ออกไปเดินเล่นนอกบ้านกับลูก   บรรยายสิ่งรอบตัวให้ลูกฟังว่าตรงนี้ไม่อะไรบ้าง   จะเป็นการฝึกคำศัพท์ให้ลูก
9. เสียงประหลาด   ทำเสียงสูงต่ำเลียนแบบเสียงเด็ก   ลูกจะพยายามปรับการรับฟังเสียงให้เข้ากับเสียงนั้น
10. ร้องเพลงแสนหรรษา   สร้างเสียงและจังหวะส่วนตัวระหว่างพ่อแม่กับลูก   เช่น   เวลาอาบน้ำให้ลูกอาจร้องเพลงหรือกลอนสั้นๆเกี่ยวกับการอาบน้ำ   มีนักวิจัยค้นพบว่า   จังหวะดนตรีเกี่ยวพันกับการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของลูก
11. มีค่ามากกว่าอาบน้ำ    สอนให้ลูกรู้จักส่วนต่างๆของร่างกาย   อุปกรณ์ในการอาบน้ำ   หรือบอกลูกว่าจะทำอะไรต่อไป   เป็นการสอนคำศัพท์   เรียนรู้ร่างกาย   และเรียนรู้การใช้ชีวิตประจำวัน
12. อุทิศตัวเป็นของเล่น   พ่อแม่นอนราบกับพื้นให้ลูกคลานข้ามตัว   ลูกจะได้พัฒนากล้ามเนื้อและรู้จักแก้ปัญหา
13. พาลูกไปช็อปปิ้ง   ลูกจะได้รับความบันเทิงจากการเปลี่ยนบรรยากาศ   เห็นผู้คนและแสงสีเสียงที่หลากหลาย
14. ให้ลูกมีส่วนร่วม   ให้ลูกมีส่วนร่วมในชีวิตประจำวัน   ทำให้ลูกเรียนรู้เกี่ยวกับเหตุและผล   เรียนรู้การทำสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวัน
15. เสียงและสัมผัสจากลมหายใจ   ทำให้ลูกกระปรี้กระเปร่า   เป่าลมเบาๆไปตามหน้า มือ ท้องของลูก
16. ทิชชู่หรรษา   ไม่ควรห้ามลูกดึงกระดาษทิชชู่ออกจากม้วน   อาจให้ม้วนที่ใช้ไปแล้วก็ได้   การเล่นนี้เป็นการฝึกทักษะประสาทสัมผัสและการใช้มือ
17. อ่านหนังสือให้ลูกฟัง   เป็นการฝึกให้ลูกเรียนรู้เรื่องภาษา   คำศัพท์   การเรียงประโยค
18. เล่นซ่อนหาจ๊ะเอ๋   ทำให้ลูกเรียนรู้ว่าเมื่อของหายสามารถกลับคืนมาได้
19. สัมผัสที่แตกต่าง   นำของที่สัมผัสต่างกันไปสัมผัส แก้ม มือ เท้า ท้องลูกเบาๆและบรรยายความรู้สึกให้ลูกฟังเช่น   นุ่มใช่ไหม   จั๊กจี้   เป็นต้น
20. ให้ลูกผ่อนคลายและอยู่กับตัวเอง   ใช้เวลา 5 - 10 นาทีนั่งอยู่เงียบๆกับลูกไม่ต้องเปิดเพลงหรือเล่นอะไร   ให้ลูกได้ทำตามใจชอบ   ได้เล่นกับตัวเอง   สำรวจสิ่งต่างๆ   รอดูว่าใช้เวลาเท่าไหร่ลูกจึงกลับมาเล่นกับพ่อแม่   เป็นการฝึกความเป็นตัวของตัวเองให้ลูก
21. มื้ออาหารแสนสนุก   เมื่อลูกทานอาหารได้หลายหลายขึ้น   ลองจัดอาหารที่ขนาดและพื้นผิวหลากหลาย   เช่น   ผลไม้ชิ้นเล็ก   เส้นพาสต้า   มะกะโรนี   หากลูกอยากสัมผัสปล่อยให้ลูกสัมผัสอาหารเพราะนี่เป็นการฝึกการใช้นิ้วและประสาทสัมผัสของมือ
22. เด็กชอบทิ้งของ   เด็กได้เรียนรู้เรื่องแรงโน้มถ่วง
23. กล่องมายากล   หากล่องที่เหมือนกันมา 3 อัน   ซ่อนของเล่นลูกในกล่องใบนึง   สลับกล่องจนลูกจำไม่ได้แล้วให้ลูกค้นหาของให้เจอ   เป็นการฝึกสมองอย่างง่าย
24. สร้างอุปสรรค์เล็กๆน้อยๆ   นำเบาะ   หมอน   กล่อง   มาวางขวางทางแล้วพ่อแม่ก็สาธิตให้ลูกดูว่าคลานข้าม ลอด สิ่งกีดขวางนี้อย่างไร   เป็นการฝึกกล้ามเนื้อและวิธีแก้ปัญหาให้แก่เด็ก
25. เลียนแบบลูกบ้าง   ลูกชอบให้พ่อแม่ทำตามเขาบ้าง   เช่น   เลียนแบบการหาว   การส่งเสียง   เป็นการกระตุ้นให้ลูกแสดงท่าต่างๆออกมา   เป็นการฝึกให้ลูกมีความคิดสร้างสรรค์
26. จับใบหน้าที่แปลกไป   ทำหน้าตาแปลกๆให้ลูกดู   เช่น   ขมวดคิ้ว   ยิ้ม   ลูกจะอย่างลองจับหน้าพ่อแม่   ให้ลูกจับและสร้างเงื่อนไขให้ลูกเช่นจับตรงนี้จะทำเสียงนี้   และเปลี่ยนเงื่อนไขบ้างให้ลูกแปลกใจ
27. ทำอัลบั้มรูปครอบครัว   นำภาพญาติมาใส่อัลบั้ม   ชี้ให้ลูกดูบ่อยๆ   เมื่อปู่ย่าตายายโทรมาก็ให้ลูกฟังเสียงแล้วชี้ภายให้ดู   เป็นการฝึกความจำลูก
28. วางแผนคลานตามกัน   คลานเล่นกับลูกช้าบ้าง   เร็วบ้าง   หยุดบ้าง   หรือวางของตามมุมต่างๆแล้วคลานสำรวจจุดต่างๆกับลูกตามแผน
29. เส้นทางแห่งความรู้สึก   อุ้มลูกเดินทั่วบ้านตอนฝนตก   จับมือลูกสัมผัสหน้าต่างที่เย็น   สัมฟัสหยดน้ำที่เกาะบนใบไม้   เป็นการฝึกประสาทสัมผัสลูกสู่ความรู้สึกต่างๆว่ารู้สึกยังไงเมื่อแตะของเย็น   เปียก   ลื่น
30. เล่าเรื่องของลูก   เลือกนิทานเรื่องโปรดของลูก   ใส่ชื่อลูกแทนตัวละครตัวสำคัญของเรื่องให้ลูกแปลกใจสนุกสนาน

                                                                                     www.kid-dtoys.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น